“ศัลยแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญด้านการแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ  ผู้คิดค้นวิจัยวิธีการผ่าตัดรักษาโรคงวงช้างวิธีใหม่ ที่เรียกว่า “ จุฬาเทคนิค ” จนเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ”

ศ.นพ.จรัญ  มหาทุมะรัตน์ เป็นชาวอยุธยาโดยกำเนิด เรียนชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนวัดกุฎีลาย ชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยและโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาตามลำดับ สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2516 ไปทำงานที่รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เข้าฝึกอบรมทางด้านศัลยศาสตร์ทั่วไปที่ภาควิชาศัลยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลทำงานด้านศัลยแพทย์ทั่วไปอยู่ระยะหนึ่ง เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ไปศึกษาต่อวิชาศัลยกรรมตกแต่งและศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรง(Plastic Surgery and Craniofacial Surgery)ที่ประเทศออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา ได้รับวุฒิบัตรด้านศัลยศาสตร์ทั่วไป หนังสืออนุมัติด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งจากแพทยสภา และประกาศนียบัตรด้านศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรงจากประเทศออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา

รับราชการเป็นอาจารย์ในหน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นศาสตราจารย์ด้านศัลยศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2549  เกษียณอายุราชการในปี พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานฯ ศาสตราจารย์กิตติคุณ เมื่อ พ.ศ. 2554 และยังทำงานต่อเนื่องเป็นหัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โดยไม่รับค่าตอบแทน) จนถึงปัจจุบัน

            พ.ศ. 2529 หลังจากสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ ศ.นพ.จรัญ  มหาทุมะรัตน์ ได้จัดตั้งคณะทำงาน (Chulalongkorn Craniofacial Team)แบบสหสาขาวิชาชีพ ประมาณ 12 สาขาด้วยกันเพื่อทำงานแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ (Craniofacial deformity)เทียบเท่าระดับสากลขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทยและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการผ่าตัดชนิดนี้ ในขณะนั้นประเทศไทยยังทำไม่ได้หรือทำได้แต่ผลไม่ค่อยดี  โดยการจัดตั้งเป็นคณะทำงาน ชื่อ “คณะทำงานแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะจุฬาลงกรณ์”  ทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วย หลายพันราย โดยผู้ป่วยเหล่านี้ จะส่งต่อมาจากโรงพยาบาลทั่วประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งผู้ป่วยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

            ศ.นพ.จรัญ  มหาทุมะรัตน์ ได้จัดตั้งกองทุนวิจัยเพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วยพิการบนใบหน้าฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 จากนั้นได้ก่อตั้งศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรงอย่างเป็นทางการ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสเจริญพระชนมายุ ๔๘ พรรษา เมื่อปี พ.ศ. 2546 ซึ่งต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามศูนย์นี้ว่า “ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ”(Princess Sirindhorn CranioFacial Center) เมื่อปี พ.ศ. 2548 ในสังกัดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เป็นศูนย์ที่ดำเนินการโดย รักษาผู้ป่วยโดยไม่เลือกชั้นวรรณะและเชื้อชาติ ศาสนา เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้มีฐานะยากจน ผู้ป่วยที่มารับ การรักษาที่ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น รวมทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พักระหว่างการรักษา  ผู้ป่วยและญาติจะได้รับการช่วยเหลือจากศูนย์ฯ ซึ่งได้รับเงินบริจาคจากผู้มีจิตกุศลผ่านสภากาชาดไทย นอกจากนี้ยังร่วมจัดตั้งโครงการผ่าตัดผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรงเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระมงคลต่างๆ เช่น วาระที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา, ๘๔ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ ทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีทรงเจริญพระชนมายุ ๔๘ พรรษา, ๕๐ พรรษา, ๖๐ พรรษา เป็นต้น นอกจากนี้ยังจัดไห้มีโครงการ “ชีวิตนี้ยังมีหวัง” ให้กำลังใจผู้ป่วยและญาติที่ประสบความเครียดในครอบครัว    ที่เผชิญกับความพิการบนใบหน้าชนิดรุนแรง ไม่สามารถเข้าสังคมได้ โดยนำผู้ป่วยและครอบครัวที่ผ่าตัดแล้วและผู้ป่วยและครอบครัวที่รอการผ่าตัด  มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยมีทีมงานทั้งแพทย์,พยาบาล จิตแพทย์, นักจิตวิทยา, นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ มานั่งคุย ปรึกษาหารือกันก่อนผ่าตัด เพื่อคลายความเครียด

            ศ.นพ.จรัญ  มหาทุมะรัตน์  เป็นผู้ก่อตั้งคณะทำงานศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรง แบบสหสาขาวิชา ประกอบไปด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 12 สาขา ได้แก่ ศัลยแพทย์ตกแต่ง, ประสาทศัลยแพทย์ กุมารแพทย์, แพทย์ทางพันธุกรรม, จักษุแพทย์, แพทย์ด้านโสต ศอ นาสิก, รังสีแพทย์, จิตแพทย์, วิสัญญีแพทย์, ทันตแพทย์ และ ทันตแพทย์จัดฟัน, นักอรรถบำบัด, นักจิตวิทยา, นักสังคมสงเคราะห์พยาบาลฯลฯ ร่วมกันทำงานเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ขึ้นในปี พ.ศ.2529 ได้ทำการรักษาผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรง เช่น โรคครูซอง โรคเอเพิร์ท   โรคกระบอกตาที่มีระยะห่างกันมากกว่าปรกติ  โรคงวงช้าง เป็นต้น ซึ่งแต่ก่อนการรักษาโรคเหล่านี้ ทำไม่ได้หรือทำได้แต่ผลไม่ค่อยดี

            ศ.นพ.จรัญ  มหาทุมะรัตน์ เป็นผู้ที่นำวิทยาการการใช้เครื่องมือยืดกระดูก (Bone distractor) มาใช้ยืดกระดูกใบหน้าและกะโหลกศรีษะในผู้ป่วยเหล่านี้ ได้ผลดี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 เป็นแห่งแรกในประเทศไทย

            การรักษาผ่าตัดโรคเหล่านี้ ผู้ป่วยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น  ต่อมาศูนย์ฯได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามศูนย์ฯนี้ ว่า “ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ” โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย( Princess Sirindhorn Craniofacial Center)

            ศ.นพ.จรัญ  มหาทุมะรัตน์  ร่วมกับ ผศ.นพ.ช่อเพียว  เตโชฬาร ประสาทศัลยแพทย์คิดค้นวิจัยการผ่าตัดรักษา โรคงวงช้าง โดยวิธีใหม่ โดยให้ชื่อว่า “วิธีจุฬาเทคนิค” เป็นวิธีผ่าตัดรักษาโรคงวงช้าง ที่มิได้เปิดกะโหลกศรีษะส่วนบน ที่เป็นวิธีที่ทำง่าย รวดเร็ว ใช้เวลาผ่าตัดและดมยาน้อยลงถึงกึ่งหนึ่ง สมองไม่บวมช้ำ ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ปลอดภัย ประหยัดงบประมาณของโรงพยาบาลและประเทศชาติ วิธีการผ่าตัดนี้ได้รับการตีพิมพ์ เผยแพร่ลงในวารสารนานาชาติ ทำให้ทั่วโลก ได้รับรู้เกี่ยวกับ “พระนามจุฬาลงกรณ์” อันเป็นที่มาของชื่อ “จุฬาเทคนิค” ได้มีแพทย์สนใจนำวิธีผ่าตัดนี้ไปใช้ประโยชน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง มีศัลยแพทย์ จากประเทศมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปินส์ ฯลฯ มาศึกษาฝึกอบรม เพื่อนำวิธี “จุฬาเทคนิค” ไปใช้กับผู้ป่วยในประเทศของตนเอง และแพทย์ต่างชาติเหล่านั้นได้มีการนำเสนอผลงานในการประชุมนานาชาติในนาม “จุฬาเทคนิค” แล้วหลายท่าน

            ศ.นพ.จรัญ  มหาทุมะรัตน์  ได้รับเกียรติเป็นกรรมการบริหาร วิทยากรรับเชิญ บรรณาธิการ    วารสารทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งได้ดำรงตำแหน่งทำงานในสมาคม สถาบันหลายแห่ง เช่น เป็น

  • นายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย
  • นายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย  
  • เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและนายกสมาคมคนแรกของสมาคมความพิการ ปากแหว่ง เพดานโหว่ ใบหน้า แห่งประเทศไทย
  • ประธานคณะอนุกรรมการฝึกอบรม และสอนสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง แพทยสภา
  • เป็นคนแรกและคนเดียวที่เป็นสมาชิกและกรรมการบริหารสมาคมศัลยแพทย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศรีษะนานาชาติ(International Society of Craniofacial Surgery)
  • เป็นสมาชิกก่อตั้งและกรรมการบริหาร Asia-Pacific Craniofacial association
  • เป็นเลขาธิการประจำประเทศไทยและกรรมการวิชาการของสมาคม International Society of Aesthetic Plastic Surgery
  • เป็นนายกสมาคม International Society of Simulation Surgery
  • เป็นประธานกรรมการจัดการประชุม ASEAN Congress of Plastic Surgery เป็นอาทิ

ศ.นพ.จรัญ หาทุมะรัตน์ ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ เช่น เป็น

  •  กรรมการแผนกแพทยศาสตร์ มูลนิธิอานันทมิดล
  • ประธานชมรมผู้รับพระราชทานทุน มูลนิธิอานันทมหิดล
  • กรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีโลหะวัสดุแห่งชาติ สวทช.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ประธานคณะอนุกรรมการมาตรฐานอุตสาหกรรม นวกรรมผลิตภัณฑ์และวัสดุด้านการแพทย์ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
  • กรรมการสมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์

            ภายหลังเกษียณอายุราชการ เมื่อปี พ.ศ.2552 ได้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ (โดยไม่รับค่าตอบแทน) จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งเป็นอาจารย์พิเศษ และตำแหน่งอื่นๆ อีกหลายแห่ง ได้สร้างชื่อเสียงให้กับคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์กรวิชาชีพทั้งระดับประเทศและ นานาชาติมากว่า 30 ปี

            ศ.นพ.จรัญ  มหาทุมะรัตน์  ตลอดเวลาที่เป็นอาจารย์คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำงานช่วยเหลือสังคม ส่วนรวมมาโดยตลอด นอกเหนือจากงานช่วยเหลือผู้ป่วยพิการบนใบหน้าดังกล่าวแล้ว  ยังเป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล เพื่อหารายใด้ให้สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์, คณะแพทยศาสตร์, ภาควิชาศัลยศาสตร์, สำนักงานบรรเทาทุกข์สภากาชาดไทย ฯลฯ ประมาณ 10 ครั้ง ได้เงินจากการจัดกอล์ฟการกุศลดังกล่าวครั้งละประมาณ 1 – 2 ล้านบาท

            อนึ่ง เงินรางวัลต่างๆที่ ศ.นพ.จรัญ  มหาทุมะรัตน์ ได้รับ เช่น รางวัล ม.มหิดล บี บราวน์เพื่อการแพทย์และสาธารณสุขไทย (ร่วมกับ ผศ.ช่อเพียว) จำนวน 5 แสนบาท ครึ่งหนึ่งได้มอบให้กับกองทุนสงเคราะห์และวิจัยผู้ป่วยที่พิการบนใบหน้าฯและอีกครึ่งหนึ่งมอบให้กับภาควิชาศัลยศาสตร์จุฬาฯเพื่อพัฒนาอาจารย์  เงินรางวัลอาจารย์ดีเด่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 1 แสนบาท เงินรางวัลประกวดวีดีทัศน์ดีเด่นจาก ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยจำนวน 1 หมื่นบาท รวมทั้งรายได้จากการขายตำราเรื่องโรคงวงช้าง ทั้งหมด (โดยไม่หักค่าใช้จ่าย) มอบให้กองทุนศูนย์ผู้แก้ไขความพิการบนใบหน้าฯ  เงินรางวัลจากการได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ จำนวน 1 แสนบาท มอบให้คณะแพทยศาสตร์เป็นรางวัลสำหรับนิสิตแพทย์ ที่สอบได้คะแนนสูงสุดในสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งในแต่ละปี  เป็นต้น

วุฒิการศึกษา

ตำแหน่งการทำงาน ปัจจุบัน

ตำแหน่งในอดีต

กรรมการระดับนานาชาติ

Editorial board member and Reviewer;